บทที่ 8 ตอนที่ 8

น้ำใสๆ เอ่อล้นคลอสองหน่วยตา จนต้องกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่มันให้จางหายไป และทันทีที่เขาเดินหันหลังจากไปอย่างไร้ความไยดี หัวใจก็เต็มไปด้วยความเวิ้งว้างว่างเปล่า

เฌอปรางกลั้นใจเดินจากมา น้ำตาที่พยายามซ่อนเอาไว้หยดแหมะอาบสองพวงแก้ม

รู้ทั้งรู้ว่าเคลวินเป็นผู้ชายจำพวกที่ผู้หญิงอ่อนต่อโลกเช่นหล่อนไม่ควรเข้าไปพัวพันหรืออยู่ชิดใกล้ เพราะเขาอันตรายไม่ต่างจากไฟนรก

ไม่มีหัวใจ...

ใช่... หัวใจของเคลวินอยู่ที่ผู้หญิงที่ชื่อณิชาทั้งดวง และเขาไม่มีทางทวงกลับคืนมาได้

หล่อนก็เป็นได้แค่เพียงเครื่องมือที่เขาใช้ฟาดฟันเอาคืนณิชาเพื่อที่จะทวงคนรักเก่ากลับคืนมา

ระยะเวลาหกเดือนในสัญญาจ้างแต่งงาน มันคงไม่แตกต่างอะไรจากการนอนหลับบนเปลวเพลิง

“น้องปราง”

หลังมือเล็กรีบยกขึ้นป้ายน้ำตาทิ้ง เมื่อมีเสียงหนึ่งดังด้านข้างค่อนไปทางด้านหลัง เมื่อน้ำตาแห้งจากสองแก้ม หล่อนจึงหมุนตัวกลับไปยังต้นเสียง และก็เห็นเขา

“พี่นัท”

ใบหน้าของดนัทธ์เต็มไปด้วยความผิดหวัง หล่อนรู้ดีว่าเขากำลังรู้สึกเช่นไร

“พี่นัท... มีอะไรกับปรางเหรอคะ”

ดนัทธ์รวบรวมสติอยู่เล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจพูดทุกอย่างที่คิดอยู่ในหัวออกมา

“พี่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าน้องปราง... จะกลายมาเป็นนายหญิงของไร่ชา”

“ปราง...”

“น้องปรางก็รู้ใช่ไหมว่าพ่อเลี้ยงไม่มีทางรักน้องปราง พ่อเลี้ยงรักคุณณิชา และถ้าพี่คาดการณ์ไม่พลาด ที่พ่อเลี้ยงเลือกแต่งงานกับน้องปราง ก็เพราะต้องการเอาคืนคุณณิชาเท่านั้น”

ทุกคำที่ดนัทธ์พูดมันคือความจริงทุกอย่าง เคลวินทำทุกอย่างลงไปเพราะต้องการเอาคืนณิชาเท่านั้น แต่หล่อนก็ไม่อาจจะพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไปได้

“ปรางไม่รู้หรอกค่ะ รู้เพียงแต่ว่า... ปรางต้องตอบแทนบุญคุณของพ่อเลี้ยง”

“น้องปราง...” ดนัทธ์คว้ามือเล็กของเฌอปรางมากุมเอาไว้ ดวงตาของเขาแดงก่ำ

“พี่รู้ว่าน้องปรางรู้ดีว่าพี่คิดยังไงกับน้องปราง ใช่ไหมครับ”

“ปราง... เอ่อ...” เฌอปรางก้มหน้าหลบสายตาของผู้ชายที่กำลังยืนกุมมือของหล่อนอยู่ด้วยความรู้สึกอึดอัด

“น้องปรางจะต้องเจ็บปวด เพราะพ่อเลี้ยงจะต้องเขี่ยน้องปรางทิ้งในไม่ช้า”

“ปราง... ทราบดีค่ะ” หล่อนช้อนตาขึ้นมองคู่สนทนา และก็ไม่อาจจะซ่อนน้ำตาเอาไว้ได้อีกแล้ว

“ถ้าน้องปรางรู้อยู่แล้ว ทำไมถึงยอมล่ะ พี่ไม่อยากเห็นน้องปรางเจ็บปวดนะครับ”

“ก็อย่างที่ปรางบอกพี่นัท พ่อเลี้ยงมีบุญคุณกับปรางมาก ปรางต้องตอบแทนค่ะ”

“แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องตอบแทนด้วยเนื้อตัวและศักดิ์ศรีความเป็นคนนี่ น้องปรางไปกับพี่นะ พี่จะพาน้องปรางหนีไปอยู่ที่อื่น เราจะไปอยู่ด้วยกัน”

“พี่นัท...”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะค่อยๆ ดึงมือของตัวเองออกจากอุ้งมือใหญ่ของดนัทธ์

“ปราง... ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ”

“ทำไมล่ะน้องปราง”

ดนัทธ์เต็มไปด้วยความเสียใจ ดวงตาของเขามีความเจ็บปวดที่เพิ่มทวีมากยิ่งขึ้น

เฌอปรางหลบสายตาคาดคั้นของดนัทธ์

“หรือว่าน้องปราง... รักพ่อเลี้ยง”

“ปราง... ไม่...”

ดนัทธ์คอตก และก็ยอมแพ้ในที่สุด

“พี่ยอมรับว่าพี่เสียใจมาก แต่พี่ก็มีความเป็นลูกผู้ชายพอที่จะยิ้มและยินดีกับความสุขช่วงสั้นๆ ของน้องปราง”

“พี่นัท...”

“พี่จะรอจนกว่าน้องปรางจะเป็นอิสระ และเมื่อวันนั้นมาถึง พี่หวังว่าน้องปรางจะให้โอกาสพี่สักครั้ง”

เฌอปรางร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ

“พี่ขอตัวนะน้องปราง ลาก่อน”

“พี่นัท... พี่พูดเหมือนจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว”

ดนัทธ์ไม่ตอบหล่อน แต่เลือกที่จะเดินจากไปเงียบๆ

เฌอปรางมองตามร่างสูงโปร่งของดนัทธ์ไปทั้งน้ำตา หล่อนรู้ดีว่าหากเลือกใช้ชีวิตอยู่กับดนัทธ์หล่อนก็จะมีแต่ความสุข ไม่ต้องทนอยู่กับความทุกข์ใจเหมือนอยู่กับเคลวิน แต่หล่อนกลับรักผู้ชายคนนี้ไม่ได้

“พี่นัท... ปรางขอโทษค่ะ...”

“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าน้องปรางจะได้เลื่อนขั้นมาเป็นคุณนายของไร่ชา”

แจ่มที่มาช่วยหล่อนเก็บข้าวของเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ ซึ่งจิตก็เอ่ยสนับสนุนเช่นกัน

“นั่นสิ ไม่รู้น้องปรางกับพ่อเลี้ยงไปสปาร์คกันตอนไหน”

เฌอปรางทำได้แค่ยิ้มบางๆ และก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของใส่กระเป๋าใบตรงหน้า

จิตกับแจ่มสบตากัน ก่อนที่จิตที่ค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นจะขยับมานั่งใกล้ๆ กับเฌอปราง และถามขึ้นอีกครั้ง

“ถามจริงๆ เถอะน้องปราง มันใช่อย่างที่คนงานในไร่เล่าลือกันหรือเปล่า”

“เอ่อ... เล่าลืออะไรเหรอคะพี่จิต”

จิตวางมือบนท่อนแขนกลมกลึงที่ขาวสะอาดจนน่าอิจฉาของเฌอปราง

“ก็เขาว่ากันว่า ที่พ่อเลี้ยงขยับฐานะให้กับน้องปราง ก็เพราะว่าพ่อเลี้ยงต้องการประชดคนรักเก่าอย่างคุณณิชาน่ะ”

“เอ่อ...”

มันลำบากและทรมานมากที่จะต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้ภายในไม่ให้ไหลทะลักออกมาเปื้อนสองแก้ม

“จริงไหมน้องปราง”

“นั่นสิ จริงหรือเปล่า”

“ไม่... ไม่น่าใช่หรอกค่ะ พ่อเลี้ยงคง... ไม่ทำอย่างนั้นหรอก”

เฌอปรางต้องใช้ความพยายามมากมายที่จะบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบไม่สั่นเทา เมื่อโกหกคำโตออกไป

“นี่น้องปรางจะบอกว่าที่พ่อเลี้ยงทำแบบนี้ก็เพราะว่ารักน้องปรางอย่างนั้นเหรอ”

จิตคาดคั้นต่อ เพราะอยากรู้มาก และก็ต้องการจะเอาไปเล่าให้คนอื่นฟังต่อด้วยนั่นเอง

“ปราง... ก็ไม่แน่ใจค่ะ คือปรางเป็นแค่เด็กในอุปการะของพ่อเลี้ยงเท่านั้น ปรางไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรหรอกค่ะ”

หล่อนพยายามตัดบท แต่ดูเหมือนจิตกับแจ่มจะไม่ยอมให้หล่อนได้หายใจหายคอง่ายๆ

“แต่ถ้าให้พี่สองคนเดานะ พ่อเลี้ยงไม่มีทางรักน้องปรางได้หรอก ที่ยกขึ้นเป็นเมียก็คงเพราะว่าต้องการเอาคืนคุณณิชาอย่างที่ทุกคนที่นี่ว่ากันนั่นแหละ พี่น่ะสงสารน้องปรางจังเลย ที่เป็นได้แค่ตัวแทนของคุณณิชาเท่านั้น”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป